
เคยฝันไว้ตอนเด็ก ๆ ว่าอยากเรียนแพทย์กับเขาบ้าง แต่โอกาสก็ยังไม่เข้าข้างสักที เคยสอบได้ก็ตอนอายุอานามย่างเข้าหลักสามกลาง ๆ แล้ว แต่ก็พลาดโอกาสเรียนอีกนั่นแหละ เหตุผลที่ตอบแล้วมันไม่น่าให้อภัยนักก็คือยังจนอยู่ รายการ "ขอปลดหนี้" ก็ไม่เคยสัญจรมาสักที ย่างเข้าหลักสี่กลาง ๆ ความฝันนั้นก็ยังไม่หายไปไหน ยังวนเวียนหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลาว่า เรียนแพทย์นะครับ เอาหละโอกาสสุดท้ายแล้วมีสมบัติอะไรที่สร้างไว้ทำตัวให้เบาดีกว่า พับใส่กระเป๋า ไม่ต้องทำงานอีกต่อไป ไปเรียนแพทย์ที่อยากเรียนดีกว่า ในบ้านเราเหรอ อายุก็เกินแกงแล้ว แถมถ้าให้สอบเข้าเรียนอีกปิดประตูตายเลย ดูลู่ทางไว้แล้วเมือยี่สิบห้าปีที่แล้วว่า แพทย์ฟิลิปปินส์ คือทางเลือกหากเรียนแพทย์ที่เมืองไทยไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ต้องมาใช้ชีวิตเป็นนักเรียนแพทย์ในต่างแดน แดนที่เจ้าของประเทศดิ้นรนเพื่อที่จะไปเป็นแพทย์ และพยาบาลในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา
ว่าง ๆ จะมาเล่าต่อนะครับ
03/01/2026 09.45 am.
ภารกิจตามหาโรงเรียนแพทย์
ข้อความข้างบนน่ะเขียนทิ้งไว้เมื่อ 18 ปี ก่อน เพิ่งมาอ่านทบทวนว่าเขียนอะไรที่มันค้างคาไว้เลยอยากเขียน
ต่อก่อนที่จะลืมเสียหมด
ต่อก่อนที่จะลืมเสียหมด
ชีวิตนักศึกษาแพทย์ของผมเริ่มจากหาข้อมูลในเว็บไซต์ ศึกษาขั้นตอนการเข้าเรียน การติดต่อกับโรงเรียน
แพทย์ (ความจริงคือมหาวิทยาลัย... แต่ผมถนัดที่จะเรียกว่าโรงเรียนแพทย์มันให้คำรู้สึกที่ขลังมากกว่า)
หลังจากเลือกแล้วว่าจะไปเรียนที่ Lyceum-Northwestern University College of medicine, Dagupan City,
Pangasinan, Philippines ตอนนั้นผมทำงานที่สงขลา จองตั๋วแอร์เอเชียจาก Kuala Lumpur ไปยังสนามบิน
นานาชาติ Clark, Angeles City, Philippines นั่งรถทัวร์มาเลเซีย (หาดใหญ่-กัวลาลัมเปอร์) ออกจาก
หาดใหญ่ตอน 18.00 น. ถึงกัวลาลัมเปอร์ตอน 04.00 น. มีเที่ยวบินไป Clark ตอน 07.00 น. ถ้าจำไม่ผิด
แพทย์ (ความจริงคือมหาวิทยาลัย... แต่ผมถนัดที่จะเรียกว่าโรงเรียนแพทย์มันให้คำรู้สึกที่ขลังมากกว่า)
หลังจากเลือกแล้วว่าจะไปเรียนที่ Lyceum-Northwestern University College of medicine, Dagupan City,
Pangasinan, Philippines ตอนนั้นผมทำงานที่สงขลา จองตั๋วแอร์เอเชียจาก Kuala Lumpur ไปยังสนามบิน
นานาชาติ Clark, Angeles City, Philippines นั่งรถทัวร์มาเลเซีย (หาดใหญ่-กัวลาลัมเปอร์) ออกจาก
หาดใหญ่ตอน 18.00 น. ถึงกัวลาลัมเปอร์ตอน 04.00 น. มีเที่ยวบินไป Clark ตอน 07.00 น. ถ้าจำไม่ผิด
เช้านั้นฟลุ๊คมากที่รถจอดถูกที่ มีรถไปสนามบินเที่ยวแรก ทันพอดีการเดินทางเลยราบรื่น เที่ยวหลัง ๆ
ปรากฏว่าไม่เป็นแบบนี้ ได้เหมาแท๊กซี่เพราะกลัวจะตกเครื่อง เหตุผลที่ต้องเดินทางทำให้ตัวเองลำบาก
ไม่นั่งเครื่องขึ้นกรุงเทพ
ปรากฏว่าไม่เป็นแบบนี้ ได้เหมาแท๊กซี่เพราะกลัวจะตกเครื่อง เหตุผลที่ต้องเดินทางทำให้ตัวเองลำบาก
ไม่นั่งเครื่องขึ้นกรุงเทพ
กลับมาเรื่องการเดินทางกันต่อ กัวลาลัมเปอร์-คล๊าร์ค ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง หลับ ๆ ตื่น ๆ บนเครื่อง
เครื่องบินถึงสนามบินนานาชาติคล๊าค (Clark International Airport) เป็นสนามบินเล็ก สมัยนั้นมีเครื่อง
อำนวยความสะดวกในอาคารผู้โดยสารไม่มากนัก มีตู้ ATM เพียงสองตู้ เที่ยวบินต่อวันจำนวนไม่กี่เที่ยว
การเดินทางระหว่างสนามบินเข้าไปยังตัวเมือง Angeles City ก็มีเพียงแท๊กซี่ที่ราคาแสนแพง การเดิน
ทางครั้งแรกของผมต้องรอรถจิ๊ปนี่ไปยังสถานนีขนส่งประจำเมืองเพื่อต่อรถโดยสารประจำทางสายเหนือ
ที่ออกจากมะนิลาไปยัง Dagupan City
เครื่องบินถึงสนามบินนานาชาติคล๊าค (Clark International Airport) เป็นสนามบินเล็ก สมัยนั้นมีเครื่อง
อำนวยความสะดวกในอาคารผู้โดยสารไม่มากนัก มีตู้ ATM เพียงสองตู้ เที่ยวบินต่อวันจำนวนไม่กี่เที่ยว
การเดินทางระหว่างสนามบินเข้าไปยังตัวเมือง Angeles City ก็มีเพียงแท๊กซี่ที่ราคาแสนแพง การเดิน
ทางครั้งแรกของผมต้องรอรถจิ๊ปนี่ไปยังสถานนีขนส่งประจำเมืองเพื่อต่อรถโดยสารประจำทางสายเหนือ
ที่ออกจากมะนิลาไปยัง Dagupan City
รถจิ๊ปนี่พาผมมาส่งที่สถานีขนส่งสายเหนือ จำไม่ได้ว่าค่าโดยสารสักกี่เปโซ (แลกเงินเปโซในสนามบิน
นั่นแหละ) สายแล้ว หิวก็หิว ง่วงก็ง่วง ยังไม่มีอะไรตกท้องสักคำ บนรถโดยสารคนแน่นมาก ดีหน่อยที่เป็น
รถปรับอากาศ ระหว่างทางก็จะมีคนขึ้นมาขายขนม ของขบเตี้ยว สินค้าอื่น ๆ เช่น แว่นตา นาฬิกา เป็นต้น
ของขบเคี้ยวจำได้ว่ามีเยอะ หลายเจ้า คือ แคบหมู (Chicharon) คนขายจะเบียดเสียดกันมาขาย มีลูกค้าซื้อ
คนขายก็จะราดน้ำจิ้มใส ๆ ที่มีน้ำส้มสายชู น้ำตาล ลอยด้วยพริกสดหั่นลงไปบนแคบหมู คนท้องถิ่นก็กินกัน
อย่างเอร็ดอร่อย คนต่างถิ่นอย่างผมไม่คิดว่ามันน่าอร่อยตรงไหน ทนหิวต่อไป สถานีหลัง ๆ ก็จะมีของกิน
ของคนท้องถิ่นมาขาย ที่ต้องตาผมตอนท้องหิวก็คือ ข้าวโพดย่างไฟ เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวฝักเล็ก ๆ ย่าง
ลวก ๆ มีทั้งไหม้ สุกพอดี ใส่กระติกขึ้นมาขาย ผมเลือกฝักสวย ๆ 3-4 ฝัก นั่นคืออาหารมื้อแรกในฟิลิปปินส์
เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดตลอดระยะเวลา 3 ปีในฟิลิปปินส์ เป็นข้าวโพดที่อร่อยที่สุดเท่าที่จำได้
นั่นแหละ) สายแล้ว หิวก็หิว ง่วงก็ง่วง ยังไม่มีอะไรตกท้องสักคำ บนรถโดยสารคนแน่นมาก ดีหน่อยที่เป็น
รถปรับอากาศ ระหว่างทางก็จะมีคนขึ้นมาขายขนม ของขบเตี้ยว สินค้าอื่น ๆ เช่น แว่นตา นาฬิกา เป็นต้น
ของขบเคี้ยวจำได้ว่ามีเยอะ หลายเจ้า คือ แคบหมู (Chicharon) คนขายจะเบียดเสียดกันมาขาย มีลูกค้าซื้อ
คนขายก็จะราดน้ำจิ้มใส ๆ ที่มีน้ำส้มสายชู น้ำตาล ลอยด้วยพริกสดหั่นลงไปบนแคบหมู คนท้องถิ่นก็กินกัน
อย่างเอร็ดอร่อย คนต่างถิ่นอย่างผมไม่คิดว่ามันน่าอร่อยตรงไหน ทนหิวต่อไป สถานีหลัง ๆ ก็จะมีของกิน
ของคนท้องถิ่นมาขาย ที่ต้องตาผมตอนท้องหิวก็คือ ข้าวโพดย่างไฟ เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวฝักเล็ก ๆ ย่าง
ลวก ๆ มีทั้งไหม้ สุกพอดี ใส่กระติกขึ้นมาขาย ผมเลือกฝักสวย ๆ 3-4 ฝัก นั่นคืออาหารมื้อแรกในฟิลิปปินส์
เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดตลอดระยะเวลา 3 ปีในฟิลิปปินส์ เป็นข้าวโพดที่อร่อยที่สุดเท่าที่จำได้
สมัยนั้นไม่แน่ใจว่ามี Google map หรือยัง ลองมาดูเส้นทางการตามหาโรงเรียนแพทย์ของผมกัน
16 ปีก่อน ไม่แน่ใจว่าเส้นทางนี้มีทางด่วนรึยัง แต่จาก Angeles City เข้า Manila ที่มีทางด่วนแล้ว
แต่ในต่างจังหวัดที่เขาเรียก High way หรือ Express way มันก็คือ ทาง2 ช่องจราจรในต่างจังหวัดเรา
นี่แหละ แต่เรียกชื่อซะเว่อร์ ตลอดทางก็จะมีเมืองใหญ่น้อยตลอดทาง ที่เห็นอาคารที่สวยงามที่ผมชอบ
คือโบสถ์คริสต์ สมกับเป็นเมืองที่ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก รถยนต์มาจอดพักราว 15
นาที ที่ Tarlac City เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ที่ทางตอนเหนือของเกาะลูซอน เป็นจังหวัดที่ทายาทตระกูล
แต่ในต่างจังหวัดที่เขาเรียก High way หรือ Express way มันก็คือ ทาง2 ช่องจราจรในต่างจังหวัดเรา
นี่แหละ แต่เรียกชื่อซะเว่อร์ ตลอดทางก็จะมีเมืองใหญ่น้อยตลอดทาง ที่เห็นอาคารที่สวยงามที่ผมชอบ
คือโบสถ์คริสต์ สมกับเป็นเมืองที่ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก รถยนต์มาจอดพักราว 15
นาที ที่ Tarlac City เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ที่ทางตอนเหนือของเกาะลูซอน เป็นจังหวัดที่ทายาทตระกูล
Aquino สงสมัครเลือกตั้ง บรรยากาศก็จะเหมือนสถานีขนส่งเมืองอื่น ๆ แต่ที่รับไม่ได้คือห้องน้ำ ใช้แล้ว
ไม่มีน้ำราด ไม่มีซักโครก ต้องเดินถือแกลลอนตัดเฉียงไปตักน้ำในถังที่อยู่นอกห้องน้ำมาราด ส่วนสายสวน
ล้างเหมือนห้องน้ำสารธารณะบ้านเราเลิกคิดไปได้เลย เทียวทางนี้ 3 ปี เป็นแบบนี้มาตลอด ไม่น่ใจว่ายัง
เป็นเหมือนเดิมอยู่หรือไม่
ไม่มีน้ำราด ไม่มีซักโครก ต้องเดินถือแกลลอนตัดเฉียงไปตักน้ำในถังที่อยู่นอกห้องน้ำมาราด ส่วนสายสวน
ล้างเหมือนห้องน้ำสารธารณะบ้านเราเลิกคิดไปได้เลย เทียวทางนี้ 3 ปี เป็นแบบนี้มาตลอด ไม่น่ใจว่ายัง
เป็นเหมือนเดิมอยู่หรือไม่
รถขึ้นเหนือมาตลอด จำแยกเดียวที่จะแยกเพื่อเลี้ยวซ้ายไป Dagupan City คือ Urdaneta City ไม่แน่ใจว่า
เป็นอำเภหรือจังหวัด เมื่อก่อนที่นี่มีโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง มีอาจารย์หมอคนหนึ่งจบที่โรงเรียนแห่งนี้
ปัจจุบันปิดไปแล้ว คือ Divine Word University ที่ทราบว่ามีโรงเรียนแพทย์แห่งนี้เพราะว่าเคยไปช่วย
อาจารย์ท่านนี้ตรวจคนไข้ที่คลินิกของอาจารย์เลยสังเกตุเห็นปริญญาบัตรของอาจารย์เขา รถเลี้ยวซ้าย
แสดงว่าใกล้ถึง Dagupan City เข้าไปทุกทีแล้ว ถึง Dagupan City เรียบร้อยภารกิจแรกที่จะต้องไปก่อน
คือ ไปหาโรงเรียนแพทย์ที่ตามหาก่อน ลงสถานีขนส่งแล้วก็ถามหาจิ๊ปนี่ที่จำพาไปโรงเรียนแพทย์ที่
เป็นอำเภหรือจังหวัด เมื่อก่อนที่นี่มีโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง มีอาจารย์หมอคนหนึ่งจบที่โรงเรียนแห่งนี้
ปัจจุบันปิดไปแล้ว คือ Divine Word University ที่ทราบว่ามีโรงเรียนแพทย์แห่งนี้เพราะว่าเคยไปช่วย
อาจารย์ท่านนี้ตรวจคนไข้ที่คลินิกของอาจารย์เลยสังเกตุเห็นปริญญาบัตรของอาจารย์เขา รถเลี้ยวซ้าย
แสดงว่าใกล้ถึง Dagupan City เข้าไปทุกทีแล้ว ถึง Dagupan City เรียบร้อยภารกิจแรกที่จะต้องไปก่อน
คือ ไปหาโรงเรียนแพทย์ที่ตามหาก่อน ลงสถานีขนส่งแล้วก็ถามหาจิ๊ปนี่ที่จำพาไปโรงเรียนแพทย์ที่
ใจหวัง ค่ารถก็ถูกดี แจ้งความประสงค์ ย้ำกับคนขับแล้วว่าจะไปที่นี่ พาไปถึงแน่นะ ถามค่าโดยสารพร้อม
คนขับรถปาก รถจิ๊ปนี่มาพาถนนหลักแล้วเลี้ยวขวาเขาถนนรองแคบ ๆ มารู้ภายหลังว่าเป็นถาาหลังโรงเรียน
ดูแผนที่กันก่อน
ดูแผนที่กันก่อน
รถจิ๊ปนี่มาจอดประตูหลังโรงเรียน เน้นว่าโรงเรียน มันเหมือนโรงเรียนประถมเก่า ๆ ในชุมชนแออัด
สักแห่งในซอยลึก ๆ ในกรุงเทพ นั่นคือความรู้สึกแรกที่เห็นโรงเรียนแพทย์ที่ตามหา วันนั้นเป็นวันเสาร์
ในเดือนมีนาคมน่าจะอยู่ระหว่างปิดภาคเรียน ผมก็เดินหา เดินสำรวจว่าข้าในมีอะไรบ้าง เดินเข้าประตูข้าง
ที่รถจิ๊ปนี่จอดก็จะเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย (เรียกซะเท่... ความจริงเหมือนกับ Poly Clinic เก่าสักที่
หนึ่งแถวชานเมืองในกรุงเทพ มาทราบตอนหลังว่าโรงเรียนให้เอกชนเช่า เปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาล
เวชศาสตร์ครอบครัว เคยเข้าเคสกับอาจารย์ศัลยแพทย์คนเก่งฝีมือดีหลายเคสที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ข้างในโรงพยาบาลก็ถือว่าโอเค ในห้องผ่าตัดอุปกรณ์ ความสะอาาดก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานทาง
การแพทย์
สักแห่งในซอยลึก ๆ ในกรุงเทพ นั่นคือความรู้สึกแรกที่เห็นโรงเรียนแพทย์ที่ตามหา วันนั้นเป็นวันเสาร์
ในเดือนมีนาคมน่าจะอยู่ระหว่างปิดภาคเรียน ผมก็เดินหา เดินสำรวจว่าข้าในมีอะไรบ้าง เดินเข้าประตูข้าง
ที่รถจิ๊ปนี่จอดก็จะเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย (เรียกซะเท่... ความจริงเหมือนกับ Poly Clinic เก่าสักที่
หนึ่งแถวชานเมืองในกรุงเทพ มาทราบตอนหลังว่าโรงเรียนให้เอกชนเช่า เปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาล
เวชศาสตร์ครอบครัว เคยเข้าเคสกับอาจารย์ศัลยแพทย์คนเก่งฝีมือดีหลายเคสที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ข้างในโรงพยาบาลก็ถือว่าโอเค ในห้องผ่าตัดอุปกรณ์ ความสะอาาดก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานทาง
การแพทย์



No comments:
Post a Comment